ข้อควรรู้ในการเดินทางเที่ยวประเทศมองโกลเลีย

มองโกลเลีย

การเดินทางภายในอูลานบาตาร์

ในตัวเมืองอูลานบาตาร์มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สามารถใช้การเดินสํารวจได้ไม่ยาก สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆก็เดินถึงกันได้ แต่ถ้าไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหรือไปนอนเกอร์ควรจะติดต่อกับบริษัทนําเที่ยวท้องถิ่น (Local tour) โดยจองทัวร์ล่วงหน้าหรือใช้บริษัทนําเที่ยวที่คอนแทคกับสถานที่ที่เราไปพักก็ได้ กรณีพักโฮสเทลมักจะมีบอร์ดแนะนําทริปเที่ยวให้เลือกหลากหลายแบบไปคนเดียวหรือน้อยคนอาจจะมีการรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวคนอื่น แต่ถ้ามีสมาชิกอย่างน้อย 4 คนขึ้นไป สามารถให้จัดทริปแบบเป็นส่วนตัวให้ได้ด้วยรถยนต์คันเดียวกัน

Note:

บริษัทนําเที่ยวท้องถิ่น (Local tour) เช่น Travelgobimongolia, Horseback Mongolia, Dream Mongolia, Goyo Travel สามารถดูเรทติ้งจาก TripAdvisor โดยทัวร์สามารถปรับสถานก ตามที่เราต้องการในเวลาที่เรามี แต่ถ้าไปหลายคนราคาต่อรองได้ และทัวร์ควรจะตอบ e-mail ได้อย่างรวดเร็วใช้ภาษาอังกฤษได้ดี แต่ถ้าไปน้อยคนจริงๆ ให้สอบถามทางโฮสเทลเพื่อร่วมทัวร์ กับคนอื่นเพราะที่พักส่วนใหญ่จะมีบริการติดต่อทัวร์ให้อยู่แล้ว

สถานีรถไฟประจําเมืองอูลานบาตาร์

กรณีเดินทางด้วยรถไฟทั้งขาเข้า-ขาออกจากมองโกเลียจะลงที่สถานีรถไฟ Ulaanbaatar Railway Station แห่งนี้ ซึ่งสถานีนี้มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในมองโกเลีย เปิดบริการเมื่อ ค.ศ. 1949 และรถไฟสายทรานส์มองโกเลียก็จอดที่สถานีนี้เช่นกัน

เชื้อชาติและภาษา

ประชาชนส่วนใหญ่ 82% มีเชื้อชาติมองโกล (Khalkha Mongols) ส่วนน้อยคือคาซัค (Kazaks) 4% และอื่นๆ 14% ภาษาพูดและเขียนประจําชาติ คือ ภาษามองโกล แต่ได้ยืมตัวหนังสือซีริลลิก (Cylic) จากภาษารัสเซียมาใช้ในภาษาเขียนมองโกเลีย แม้ว่ามองโกเลียจะมีภาษาเขียนตัวหนังสือโบราณเป็นของตนเองแต่ไม่ได้นิยมใช้ในปัจจุบัน

ส่วนภาษาต่างประเทศที่นิยมใช้คือ ภาษารัสเซีย รองลงมาคือภาษาอังกฤษ ซึ่งคนหนุ่มสาวในเมืองหลวงก็พอจะ ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้บ้าง แต่เมื่อ ออกนอกเมืองตามต่างจังหวัดหรือชาว โนแมดที่อาศัยตามเกอร์เร่ร่อนเลี้ยง ปศุสัตว์ก็จะใช้ภาษามองโกเลียเป็นหลัก

ศาสนาประจําชาติ

ชาวมองโกลส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธแบบทิเบต นิกายหมวกเหลือง (Gelugpa) นักบวชทางศาสนาเรียกว่า ลามะ และยังมีลัทธิความเชื่อชาแมน (Shaman) ที่เคารพบูชา ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังนับถือศาสนาคริสต์ อิสลาม แต่เป็นส่วนน้อย ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นวัดทิเบตที่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง

ระบบเงินตรา

เงินตราของมองโกเลีย คือเงินสกุลทุกรุก (Togrog หรือ Tugrik ตัวย่อ MNT) สัญลักษณ์รในเมืองไทยเรายังไม่มีที่รับแลกเงินสกุลนี้ ดังนั้นจึงควรแลกเงินดอลลาร์หรือ ยูโร เพื่อนําไปแลกเป็นทุกรุกที่ธนาคารของมองโกเลียอีกที (ธนาคารมีจํานวนมากในตัว เมืองใกล้กับจัตุรัสชุคบาตาร์ (Sukhbaatar Square) โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์เท่ากับ 2,459 ทุกรุก (โดยประมาณ)

การจับจ่ายใช้สอยในซุปเปอร์มาร์เก็ต เข้าร้านอาหาร ซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณท์ ซื้อของที่ระลึก ล้วนแต่รับเงินทุกรุก แต่ก็ยังมีร้านขาย ของที่ระลึกบางแห่งที่อาจจะรับเงินดอลลาร์ ในกรณีที่แลกทุกรุกไปไม่พอแต่มีน้อยมากๆ และร้านค้าร้านอาหารเล็กๆ ก็ไม่รับบัตรเครดิต ดังนั้นการมีเงินสดมองโกเลียจึงมีความสําคัญ ยิ่งออกนอกเมืองอูลานบาตาร์ ไปแล้วจะไม่มีที่ให้แลกเงินอีกเลย 

เวลาในมองโกเลีย

เวลาของมองโกเลียเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง และเท่ากับเวลาในประเทศจีน ดังนั้น ตั๋วรถไฟเดินทางจากจีนไปมองโกเลียจะถึงตามเวลาหน้าตั๋ว แต่ในกรณีที่เดินทางด้วยรถไฟ จากมองโกเลียไปยังเมืองอูลันดูเด (ULAN-UDE) ของรัสเซีย ซึ่งเป็นเมืองแรกของสถานีรถไฟสายทรานไซบีเรียที่เชื่อมกับสายทรานส์มองโกเลีย เวลาหน้าตัวของเมืองต่างๆในรัสเซียจะอิงเวลาของมอสโควเป็นหลัก ถึงแม้ว่าตัวจะออกด้วยการรถไฟมองโกเลียก็ตาม ก็อย่าลืมบวกเวลาเพิ่มเฉพาะเวลาที่ถึงรัสเซีย ในทางกลับกันถ้าขึ้นจากเมืองต่างๆในรัสเซียมามองโกเลีย ก็ต้องดูเรื่อง Time Zone ของรัสเซียให้ดี จะได้ไม่ไปรอเก้อที่สถานี รัสเซียก่อนเวลา 

ระบบไฟฟ้า

มองโกเลียใช้ระบบไฟฟ้า 220 V เต้าเสียบ 2 หัวกลม ในเมืองใหญ่ เช่น อูลานบาตาร ระบบไฟเสถียรไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องไปนอนเกอร์ชาวโนแมด (ชาวพื้นเมืองมองโกเลียที่ยังหากินโดยเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน) อยู่ไกลออกนอกเมืองอาจจะไม่มีไฟให้ใช้ แต่ถ้าเป็นเกอร์ นักท่องเที่ยวหรือเกอร์กึ่งโนแมดที่เริ่มมีความเจริญมีเสาไฟเข้าถึงพื้นที่ อาจไม่มีปัญหาเรื่องไฟแต่ควรเอาปลั๊กพ่วงไปด้วยเพราะทั้งเกอร์อาจมีจุดชาร์จไฟเพียงแค่จุดเดียว 152 ทรานส์มองโกเลีย

– เทศกาลงานสำคัญ –

  • เทศกาลนาดาม (Naadam festival) 

เทศกาลประเพณีเก่าแก่ประจําปีเริ่มราว 11-13 กรกฎาคมและเป็นวันหยุดแห่งชาติ เดิมงานจัดในเมืองซูนมือด ของจังหวัดเทิฟ แต่ปัจจุบันจัดในสนามกีฬาแห่งชาติในอูลานบาตาร์ ในงานจะมีการแข่งขันกีฬา 3 ชนิด คือ ขี่ม้า, มวยปล้ำ และยิงธนูเป็นงานที่ผู้คนมองโกเลียจ

มองโกเลียจะไปรวมตัวเพื่อเฉลิมฉลอง และเชียร์การแข่งขัน เดิมเป็นการแข่งขันเฉพาะผู้ชาย แต่ปัจจุบันผู้หญิงสามารถเข้าแข่งขัน ได้ยกเว้นมวยปล้ำ สําหรับการแข่งขี่ม้าชัยชนะจะตกเป็นของผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรกในระยะทางราว 15-30 กิโลเมตร ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้มาเชียร์ ชาวมองโกลมีความเชื่อว่า ฝุ่นที่ฟังจากเกือกม้ากระทบพื้นดิน ถือว่าเป็นความโชคดี ส่วนมวยปล้ำจะเป็นการวัดความ แข็งแกร่งของร่างกาย เหรียญรางวัลผู้ชนะเลิศคือเหรียญรูปสิงโต อันดับสองคือเหรียญรูปช้าง อันดับสามคือเหรียญรูปเหยี่ยว แทนรางวัลเหรียญทองเงินและทองแดงอย่างทั่วๆไป

นอกจากการแข่ง กีฬายังมีการเต้นระบํา การแสดงดนตรีการแสดง Tsam Dance เทศกาล นี้ทาง UNESCO ได้ขึ้น ทะเบียนให้เป็นมรดกทาง วัฒนธรรมของมนุษยชาติ เมื่อปี ค.ศ. 2010

มองโกลเลีย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet