เที่ยวแบบ Local สัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านชาวประมง OLD FISHERMAN’S WHARF

old-fishermans-wharf

-Old Fisherman’s Wharf-

นั่งรถไฟ Caltrain ขบวนใหญ่โตบึกบินออกจากซานฟรานซิสโกแต่เช้าตรู่ เจาะจงนั่งขบวน Baby Bullet เพื่อให้ทันต่อรถบัสไปมอนเทอเรย์ เมื่อออกมานอกเมืองรู้สึกว่าย่านชุมชนแต่ละแห่งนั้นอยู่เวิ้งว้างค่อนข้างห่างไกลกัน ถนนไฮเวย์กว้างขวางหลายเลนพลุกพล่านไป ด้วยรถรานานาชนิด โดยเฉพาะรถบรรทุกนั้นแต่ละคันดูใหญ่โตเอามากๆ ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงมอนเทอเรย์ เดินราว 5 นาที่จาก Transit Plaza ก็ถึงฟิชเชอร์แมนส์วอร์ฟแห่งมอน เทอเรย์ นักท่องเที่ยวดคึกคักหนาตา ส่วนใหญ่มากับทัวร์บัสหรือไม่ก็ขับรถไปเอง

เมืองมอนเทอเรย์นี้ แต่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมง มีชุมชนคนจีนอพยพเข้ามาทําอาชีพประมงส่งกลับไปขายยังเมืองจีน ต่อมา มีชาวนอร์เวย์เข้ามาทําโรงงานปลากระป๋อง โดยตั้งโรงงานอยู่แถวๆ Cannery Row จนกระทั่ง เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จําต้องปิดโรงงาน และเมืองก็ซบเซา จนกระทั่งวรรณกรรม สไตน์เบ็คเป็นที่รู้จัก มอนเทอเรย์จึงเฟื่องฟูกลับมาอีกครั้งด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ ที่ในประวัติศาสตร์ก็ถูกพลิกฟื้นขึ้นมา

ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหารทะเล ทัวร์เรือดูปลาวาฬ โดยมีเรือยอร์ชจอด เรียงรายอยู่ชายฝั่งเต็มไปหมด ไกลออกไปเห็นเรือสําราญลําใหญ่ทอดสมอจอดอยู่ ที่นี่มีซุปครีมหอยลาย (Clam Chowder) กับขนมปังเปรี้ยวขายเช่นเดียวกับฟิชเชอร์ แมนส์วอร์ฟในซานฟรานซิสโก

Cannery Row

จากฟิชเชอร์แมนส์วอร์ฟ เดินเลียบริมชายฝั่งไปราว 1 กิโลเมตรก็จะถึง Cannery Row ระหว่างทางเห็นสิงโตทะเล นอนอาบแดดอยู่บนโขดหิน แต่มีจํานวนไม่ มากเหมือน Pier39 ในซานฟรานซิสโก

แวะ Sister City Park ดูว่ามีเมืองไหนเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับมอนเทอเรย์บ้าง บริเวณ Cannery Row มีสวน Steinbeck Park กับรูปปั้นสไตน์เบ็คอยู่ด้านหน้า ชาวเมืองสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ให้เขา ที่ทําให้ชาวโลกรู้จักมอนเทอเรย์อีกครั้ง

จอห์น สไตน์เบ็ค เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 20 เคยได้รางวัล โนเบลสาขาวรรณกรรมเมื่อปี 1962 ผลงานของเขามีทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย บทละคร บทภาพยนตร์ ส่วนมากเป็นเรื่องราวของผู้ขายแรงงานในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนวนิยาย 2 เรื่อง ที่กล่าวไปแล้ว ยังมีผลงานที่แปลเป็นภาษาต่างๆ อีกมาก รวมทั้งภาษาไทยของเราด้วย เช่น The Grape of Wrath (โลกีย์ชน) Of Mice and Man (เพื่อนยาก The Moon is Down (เมื่อเดือนลับฟ้า) The Pet (มหามุกดา) in Dubious Battle (สายศรัทธา) เป็นต้น โดยมีผลงานถึง 17 เรื่องถูกนําไปสร้างเป็นภาพยนต เช่น East of Eden นําแสดงโดยเจมส์ ดีน

Cannery Row เป็นหนึ่งในผลงานของเขาที่ใช้ฉากในย่านชุมชนรอบๆ โรงงานปลากระป๋อง ซึ่งเมื่อก่อนถือว่าเป็นยุคทองของมอนเทอเรย์ ด้วยอุตสาหกรรมปลาซาร์ดีนบรรจุกระป๋อง มีการตั้งโรงงานมากมายหลากหลายยี่ห้อเรียงรายอยู่ริมฝั่ง โดยมีสะพานข้ามถนนไปอีกฝั่งเป็นโรงบรรจุลงหีบห่อเก็บในโกดังพร้อมส่งขายไปทั่วโลก บนสะพานติดป้ายชื่อโรงงานเรียง ไปตามถนนเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะด้วยปลาซาร์ดีนที่หายไปจากท้องทะเล หรือเกิดจากภาวะ เศรษฐกิจที่ตกต่ำก็ตาม โรงงานได้เริ่มปิดตัวลง พร้อมกับความซบเซาของเมือง จนได้สไตน์เบ็ค เป็นผู้พลิกฟื้นเมืองให้คึกคักจากการท่องเที่ยวจากเรื่องราวในวรรณกรรม

ปัจจุบันโรงงานต่างๆ ที่ปรับปรุงให้เป็นร้านอาหาร ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก โรงแรม และพิพิธภัณฑ์ช่วยเตือนความทรงจําความรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีต นอกจากนี้ยังมีภาพวาดบนผนังไม้ ริมทะเล เป็นฉากเรื่องราวในอดีตของมอนเทอเรย์ที่สไตน์เบ็คนําไปใส่ในนิยายของเขา

Monterey Bay Aquarium

ถือเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากปลานานาชนิดแหวกว่ายในตู้และอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่แล้ว ยังมีสัตว์ริมทะเลอื่นๆด้วย เช่น สิงโตทะเล แมวน้ำ เพนกวิน โลมา วาฬ แมงกะพรุน นก เต่า จํานวนกว่า 35,000 ตัว จาก 365 สายพันธุ์ และ จัดแสดงระบบนิเวศชายฝั่งแปซิฟิคให้ชมอีกด้วย มีโชว์ดําน้ำให้อาหารปลาในตู้กระจก และการแสดงอย่างอื่นอีกตลอดทั้งวัน

อะควาเรียมแบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็นหลายส่วน คือ Kelp Forest, Great Tide Pool, Jellies Gallery, Open Sea, Touch Pools bla: Splash Zone

เวลาเปิด : ทุกวัน 9.30-18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 49.95$ เด็ก 13-17 ปี 39.95$ เด็ก 3-12 ปี 209956 San Francisco CityPASS เลือกเข้าชมได้ฟรีระหว่างที่นี้ หรือ Aquarium of the Bay ในซานฟรานซิสโก ตรวจสอบรอบการแสดงต่างๆ ได้ที่ www.montereybayaquarium.org

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet