เรื่องควรรู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศสวิสเซอร์แลนด์

swiss

บทความนี้สนับสนุนโดย Ufabet

-เรื่องของเงินในประเทศสวิสเซอร์แลนด์-

แม้สวิสจะอยู่ท่ามกลางประเทศกลุ่มอียู แต่ตัวเองก็ไม่เป็นสมาชิก และไม่ได้ใช้สกุลเงินยูโร เพราะสวิสมีค่าเงินเป็นของตัวเอง ที่เรียกกันว่า “สวิสฟรังก์ (CHF)” แม้ตัวย่อ ค่าเงินตามสากลจะใช้ CHF แต่ร้านค้าในสวิสจะใช้ตัวย่อ Fr. ที่ย่อมาจาก Franken ค่าเงินฟรังก์มีหน่วยย่อยลงมาคือ “รัพเพิ่น (Rappen)” 100 รพเพิ่นเท่ากับ 1 ฟรังก์ (อธิบายง่ายๆก็เหมือน 100 สตางค์ เป็น 1 บาท) อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินฟรังก์กับเงินบาทอยู่ราวๆ 1 ฟรังก์ ประมาณ 35-37 บาท ทั้งนี้ต้องตรวจสอบก่อนเดินทางอีกครั้ง ตามร้านค้าใหญ่ๆ เราสามารถจ่ายเป็นเงินยูโรได้ แต่ต้องรับเงินทอนเป็นฟรังก์ และอัตราแลกเปลี่ยนไม่สวยนัก จึงไม่แนะนําให้ใช้ยูโรเท่าไหร่

ธนบัตรที่ใช้มีใบละ 10, 20, 50, 100, 200, 500 และ 1,000 ฟรังก์
เหรียญที่ใช้มีตั้งแต่ 5, 10, 20, 50 รพเพิ่น และ 1, 2, 5 ฟรังก์

โดยปกติผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกแลกเงินที่ร้านซุปเปอร์ริช แต่ก็ยังมีอีกหลากหลายร้านที่บริการรับแลกเงิน ขึ้นอยู่กับประเทศและช่วงเวลานั้นๆว่า เรทเงินที่ไหนจะได้ดีกว่ากัน หรือใครที่มีสถานที่รับแลกเงินอยู่ในดวงใจ ก็ใช้บริการกันได้ตามสะดวก เพราะหลายร้านเริ่มเปิดสาขากระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ

โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าทั่วกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังสามารถ แลกเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารสาขาต่างๆ รวมถึงสาขาสนามบินสุวรรณภูมิได้อีกด้วย แต่อาจไม่ได้อัตราที่ดีเท่ากับร้านรับแลกเงินบางร้าน อย่างไรแล้ว หากแลกไม่เยอะ ส่วนต่างไม่ต่างกันมาก แลกที่ธนาคารก็ได้ เพราะบางครั้งเสียค่าเดินทางไปแลกเงิน อาจได้ไม่คุ้มเสีย ที่สําคัญอย่าลืมขอธนบัตรย่อย ฉบับละไม่เกิน 100 ฟรังก์ก็พอ เพราะ ร้านค้าในสวิสมักไม่รับธนบัตรใบใหญ่ เพราะกลัวเป็นของปลอม

ในกรณีที่แลกเงินไปไม่พอ สามารถใช้วิธีกดเงินจากตู้ ATM ในสวิสได้ โดยสังเกต สัญลักษณ์บนบัตร ATM ของเราว่ามีโลโก้ Cirrus, Plus, ATM Pool หรือค่ายอื่นๆหรือไม่ หากมีก็ไปสังเกตตู้ ATM ที่นั้นอีกครั้ง หากตู้ไหนมีสัญลักษณ์โลโก้ตรงกับบัตรเรา แสดงว่า สามารถกดเงินที่ตู้นั้นได้ มีค่าธรรมเนียมครั้งละ 100 บาท ในกรณีที่ใช้บัตรเครดิตชําระเงิน ตามร้านอาหาร โรงแรม หรือซื้อสินค้า ธนาคารเจ้าของบัตรในไทย จะใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชําระเงิน และบวกเพิ่มค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงิน (ตามแต่ละธนาคารกําหนด ส่วนใหญ่ 1.5-2.5%) กรณีใช้บัตรเครดิต ถ้าแคชเชียร์ถามว่าจะจ่ายเป็นสกุลพรังก์ สกุลบาท ก็ให้เลือกเป็นฟรังก์ เพราะจะได้อัตราแลกเปลี่ยนถูกกว่าสกลเงินบาทมาก

ไฟฟ้า

ที่สวิสใช้ระบบไฟฟ้า 220 โวลต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทย จะรองรับกระแสไฟ 220 โวลต์อยู่แล้ว จึงสามารถนําไปใช้ได้เลย แต่หัวปลักไปของสวิสเป็นขากลมสองขา ถ้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ เป็นปลั๊กขากลมก็เสียบใช้งานได้เลย แต่ถ้าเป็นหัวชนิดอื่น อย่าลืมเตรียมตัวแปลงไฟฟ้าไปด้วย หากเดินทางบ่อยๆ หาซื้อ Universal Adaptor เลยก็ได้ เพราะสามารถใช้กับหัวปลักประเทศอื่นได้ทั่วโลก

น้ำดื่ม

สามารถนําขวดเปล่ามาเติมน้ําดื่มตามก๊อกน้ำได้เลย เพราะสวิสมีมาตรฐาน การทําน้ำดื่มอยู่แล้ว ซึ่งน้ำดื่มแบบขวดขนาดมาตรฐานทั่วไป ราคาประมาณ 0.80 ฟรังก์ ซึ่งเป็นน้ำแร่ยี่ห้อดัง ผมจึงใช้วิธีซื้อเป็นขวดครั้งแรก จากนั้นครั้งต่อไป ก็เติมจากก๊อกน้ำของโรงแรม การซื้อน้ำดื่มในซุปเปอร์มาร์เก็ตจะราคาถูกกว่าตู้หยอดเหรียญ 2-3 เท่า

การใช้โทรศัพท์ในสวิสเซอร์แลนด์

การใช้โทรศัพท์ในสวิส สะดวกสบายที่สุดก็คือการเปิด Roaming จากเครือข่าย มือถือในไทยก่อนเดินทาง แต่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน ปัจจุบันมีเครือข่ายในไทยหลายแห่ง ให้บริการแพ็คเกจ Data Roaming แบบใช้ไม่จํากัด ตกเฉลี่ยวันละไม่กี่ร้อยบาท

ส่วนค่าโทร ค่ารับสายก็แพงหูฉี จะมีที่เห็นราคาไม่แพง ก็บริการ Sim2Fly ของ AIS โทรกลับ หรือรับสาย ตกเพียงนาทีละ 15 บาท และยังสามารถนําเบอร์กลับมาใช้ในเมืองไทยได้ตามปกติ อย่างไรแล้ว ถ้าใช้ Data ไม่เยอะ ผมแนะนําให้ซื้อซิมที่สวิส หรือ เช่า Pocket Wi-Fi ดีกว่า จะประหยัดได้เยอะ หากเดินทางไปเป็นกลุ่ม และใช้ Pocket Wi-Fi เมื่อหารเฉลี่ยต่อคนก็ยิ่งถูกไปอีก

เทคนิคสําหรับท่านที่ต้องการโทรศัพท์กลับเมืองไทย เพราะทุกวันนี้มีเทคโนโลยี มาอยู่ในชีวิตประจําวันเยอะหากเรามีอินเตอร์เน็ต หรือซื้อซิมที่มีแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้ LINE, Skype ในการโทรศัพท์หากันได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่มีโปรแกรมชื่อ Credit ในโปรแกรม Skype เพื่อโทรเข้าเบอร์โทรศัพท์บ้าน หรือมือถือในเมืองไทยตกนาทีละประมาณ 1 บาทเท่านั้น ปัจจุบันบางเครือข่ายในไทย สามารถใช้ระบบ Wi-Fi เพียงต่อ Wi-Fi ก็ใช้โทรศัพท์มือถือโทรเข้า-โทรออก ในราคาเหมือนอยู่ที่ไทย

ซื้อซิมโทรศัพท์ในสวิส

ในสวิสมีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือให้เลือกหลายแห่ง ขึ้นอยู่กับความต้องการ การใช้งานมีเครือข่าย Swisscom เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และสัญญาณครอบคลุมที่สุดในสวิส มีซิมให้เลือกเหมาะกับนักท่องเที่ยวอย่างยิ่งคือ ซิม Natel Easy Smart ราคา 19.99 ฟรังก์ แต่มีเงินในซิมให้ 20 ฟรังก์ สามารถเลือกแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตใช้เพิ่มเติม ซึ่งจะหักเงินในซิมวันละ 2 ฟรังก์ ใช้งานดาต้าได้ไม่จํากัด แต่เมื่อใช้ครบ 4 GB ความเร็วจะลดลง สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Swisscom ในสนามบินซูริค ก่อนขึ้นรถไฟเข้าเมือง หรือตามร้าน SwissCom ในเมืองต่างๆ

บางช่วงอาจเจอกรณีซิม SwissCom หมด สามารถซื้อซิมอีกเครือข่ายที่ร้านข้างๆ SwissCom ได้ บริเวณร้าน Sunrise ในสนามบินซูริค เพื่อซื้อซิม Yallo สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตโดยต้องเลือกว่าจะใช้ปริมาณข้อมูลเท่าไหร่ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงกว่า SwissCom เช่น ใช้งาน 2GB ราคา 25 ฟรังก์ และไม่ใช่ Unlimited แบบ Swisscom จึงให้ทางเลือกนี้เป็นตัวสํารองในกรณีที่ซิม SwissCom หมดดีกว่า

ทั้งสองเครือข่าย มีสัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศดีกว่าประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป เพราะบางประเทศแค่ออกนอกเมือง สัญญาณ 3G ก็หายหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม อย่าคาดหวังว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีสัญญาณที่ดีกว่าเมืองไทย ลองใช้ด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่า สัญญาณมือถือ และอินเตอร์เน็ตที่เมืองไทยดีกว่ามาก

เช่า Pocket Wi-Fi

หากเดินทางไปเที่ยวเป็นกลุ่ม อาจไม่จําเป็นต้องซื้อซิมคนละเบอร์ให้เปลืองเงิน เพราะทุกวันนี้มี Pocket Wi-Fi ให้เช่า สําหรับกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตในกลุ่ม หารเฉลี่ยเป็นรายคนแล้วคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม หากเดินทางไปเที่ยวในแถบยุโรปหลายประเทศ ก็สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องไปหาซื้อซิมใหม่ แถมยังสามารถรับเครื่องจากเมืองไทยได้เลย ในไทยมีผู้บริการหลายเจ้า เช่น Global Wif ราคาเริ่มต้น 380 บาทต่อวัน และ มีผู้ให้บริการรายใหม่ๆเริ่มทยอยเข้ามาอีกมากมาย

Wi-Fi ตามที่สาธารณะ

หากท่านใดไม่ต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตขณะท่องเที่ยว สามารถใช้งานจากโรงแรมที่พัก ซึ่งส่วนใหญ่มี Wi-Fi ให้บริการอยู่แล้ว (บางแห่งเสียเงินเพิ่ม) นอกจากนี้ ตามบรรดาสนามบิน, ร้านกาแฟ Starbucks, ร้าน McDonalds และร้านอาหารสวน ก็มีให้บริการ แต่ต้องเป็นลูกค้าร้านนั้นด้วยจึงจะใช้งานได้

สนับสนุนโดย Ufabet