แนะนำประเภทของบัตร Swiss pass

switzerland

-ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Swiss Pass-

Swiss Pass บัตรเหมาจ่ายสําหรับโดยสารขนส่งมวลชนบนเครือข่าย Swiss Travel System ประกอบด้วยรถไฟ รถประจําทาง รถราง รวมถึงเรือโดยสารบางแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ได้ไม่จํากัดจํานวนเที่ยว ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 27,000 กิโลเมตร คุณสมบัติจะคล้ายกับ JR Pass ของญี่ปุ่น แต่เงื่อนไขการซื้อ Swiss Pass สามารถซื้อ ได้ทั้งที่ประเทศไทย และสถานีรถไฟใหญ่ๆในสวิส ทางที่ดีแนะนําให้ซื้อล่วงหน้าจากไทยไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาไปหาซื้อให้ลําบาก บัตร Swiss Pass นับเป็นบัตรที่ครอบคลุมการใช้งานได้อย่างครบครันทั้งสะดวก และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย มีใบเดียวแทบจะไม่ต้องจ่ายค่าเดินทางอะไรเพิ่มอีกเลย

นอกจากจะสามารถใช้โดยสารระบบขนส่งมวลชนของ Swiss Travel System ได้แล้ว บัตร Swiss Pass ยังใช้เข้าพิพิธภัณฑ์ได้ฟรีทั่วประเทศกว่า 490 แห่ง บางแห่ง ก็ใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมได้ รวมถึงใช้เป็นส่วนลดในการซื้อตัวขึ้นภูเขาได้ 25-50% ยิ่งช่วยประหยัดได้อีกมากโข เพราะขึ้นเขาแต่ละครั้ง ราคาเต็มร่วม 3,000 บาททั้งนั้น

สวิสขึ้นชื่อในเรื่องค่าครองชีพอยู่แล้ว หากซื้อตั๋วรถไฟแยกเป็นรายเที่ยว ราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นการซื้อ Swiss Pass จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสําหรับการเดินทาง

ประเภทบัตร Swiss Pass

Swiss Pass (นับวันต่อเนื่อง) เหมาะสําหรับท่านที่เดินทางท่องเที่ยวในสวิส ต่อเนื่องหลายวัน เพราะมีให้เลือกวันเดินทางตั้งแต่ 3, 4, 8 และ 15 วัน โดยต้องใช้งานต่อเนื่องติดต่อกันทุกวัน มีตัวให้เลือกทั้งแบบที่นั่งชั้นหนึ่ง (First Class) และ ชั้นสอง (Second Class) แม้ราคาแตกต่างกัน แต่ที่นั่งต่างกันตรงแค่กว้างกว่าเท่านั้น ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว ที่นั่งชั้นสองก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไร เพราะชาวตะวันตกมีรูปร่างใหญ่กว่า ชาวเอเชีย ทําให้การออกแบบที่นั่งมักกว้างขวางกว่าบ้านเราอยู่แล้ว

Swiss Flexi Pass คุณสมบัติการใช้งานเหมือน Swiss Pass ทุกประการ แต่บัตร Flexi Pass เราเป็นผู้กําหนดวันใช้งานเอง เดินทางวันไหนก็ได้ในระยะเวลา 1 เดือน ไม่จําเป็นต้องวันติดกัน เลือกจํานวนวันเดินทางได้ตั้งแต่ 3, 4, 8 และ 15 วัน ซึ่งราคา บัตร Flexi Pass จะแพงกว่าบัตรแบบนับวันต่อเนื่อง ผมจึงไม่แนะนําให้ใช้บัตร Fle Pass เพราะเรามีโอกาสได้ใช้ระบบขนส่งของ Swiss Travel System ทุกวันอยู่แล้ว ซื้อ Swiss Pass แบบนับวันต่อเนื่องไปเลยดีกว่า คุ้มแน่นอน

switzerland

สิทธิประโยชน์สําหรับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี สามารถเดินทางได้ฟรี สอนเด็กอายุ 6-16 ปี เดินทางได้ฟรีเมื่อไปพร้อมกับผู้ปกครองอย่างน้อย 1 คน ซึ่งต้องขอใช้เป็นบัตรประเภท Swiss Family Card แต่ถ้าไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง จะได้รับส่วนลด 50% และเยาวชนที่อายุระหว่าง 12-25 ปี ได้รับส่วนลด 15% (ดูอาย ณ วันที่เดินทาง)

ถ้าไปเที่ยวสวิสประเทศเดียว การซื้อ Swiss Pass เป็นทางเลือกที่ดี และ คุ้มค่าที่สุด แต่ท่านที่เดินทางไปหลายประเทศในทริปเดียวกัน สามารถเลือกซื้อบัตรเหมาจ่าย Eurail Pass ประเภทอื่นๆได้ ซึ่งสามารถใช้โดยสารรถไฟ และระบบขนส่ง มวลชนในเครือข่าย Rail Europe ได้ไม่จํากัด โดยมีประเภทบัตรให้เลือกมากมาย อาทิ Eurail Global Pass ใช้สําหรับเดินทางได้ทั่วทวีปยุโรป 24 ประเทศ มีจํานวนวันเดินทาง ให้เลือกตั้งแต่ 5 วันไปจนถึง 3 เดือน, Eurail Regional Pass สําหรับเดินทาง 2 ประเทศ ที่มีพรมแดนติดกัน ขอแค่บัตรชนิดนั้นมีชื่อประเทศสวิสอยู่ในชื่อห้อยท้ายเป็นพอ เช่น ฝรั่งเศส-สวิส ออสเตรีย-สวิส เยอรมัน-สวิส, Eurail Select Pass ให้นักท่องเที่ยว ออกแบบการเดินทาง เลือก 3-4 ประเทศที่มีพรมแดนติดกันได้ด้วยตนเอง

switzerland

Eurail Pass ประเภทต่างๆ แม้จะสามารถขึ้นรถไฟในเครือข่ายได้ไม่จํากัด แต่ยังมีเงื่อนไขสําหรับการโดยสารรถไฟบางประเภท โดยเฉพาะรถด่วน รถวิ่งระหว่างประเทศ เช่น รถไฟด่วน TGV ในฝรั่งเศส และประเทศข้างเคียง ต้องจองที่นั่งก่อนการเดินทาง ในการจองทุกครั้ง ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจองเพิ่มเติม ยิ่งจองเร็วยิ่งราคาถูก แต่ไม่การันตีว่าจะมีที่นั่งว่างทุกขบวน เพราะในแต่ละเที่ยวจะมีโควต้าสํารองที่นั่งให้ผู้ถือบัตร Eurial Pass จํานวนจํากัด ทั้งนี้เมื่อวางแผนล่วงหน้าแล้ว สามารถจองที่นั่ง : หลังซื้อ Eurail Pass ได้ตั้งแต่อยู่เมืองไทย (แต่รถไฟทั่วไปในสวิส ไม่ต้องจองล่วงหน้า)

สามารถหาซื้อ Swiss Pass และ Eurail Pass จากตัวแทนจําหน่าย นเทย เช่น ดีทแฮล์ม ทราเวล โทร 02-160-5200, TV Air Bookingsโทร 02-236-0262, GM Tour & Travel โทร 02-676-1501 ซึ่งตัวแทนจำหน่ายจะคิดค่าบัตรโดยสารแปลงจากสกุลยูโร สกุลฟรังก์ เป็นสกุลเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ออกบัตรดดยสาร ดังนั้นราคาของตัวแทนแต่ละแห่งก็ต่างกันเล็กน้อย หลักสิบบาทแต่ไม่เกินร้อยบาท

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet