การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศ ‘สวิสเซอร์แลนด์’ ดินแดนในฝันของนักเดินทาง

switzerland

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ หรือสมาพันธรัฐสวิส ซึ่งมักจะถูกเรียกติดปากว่า “สวิส (Swiss)” เป็นประเทศในฝันของใครหลายคน เพราะ นอกจากอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยววิวทิวทัศน์ที่น่าหลงใหลอีกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมือง ภูเขา ที่นี่ถือว่าเป็นประเทศอันดับหนึ่งของใครหลายๆคนเลยทีเดียว แต่ก่อนออกเดินทาง อยากขอกล่าวถึงประวัติความเป็นมา ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์คร่าวๆ เพื่อเพิ่มอรรถรส และจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของสถานที่นั้นมากขึ้น

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศขนาดเล็กไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ออสเตรีย และ ลิกเทนสไตน์ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทําให้สวิสมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และภาษา สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นกลาง ทางการเมือง เราจึงเห็นหน่วยงานองค์กรนานาชาติหลายแห่ง มีที่ตั้งอยู่ในประเทศนี้ อาทิ องค์การสหประชาชาติ (UN) ณ นครเจนีวา ฯลฯ

ลักษณะภูมิประเทศของสวิสส่วนใหญ่เป็นภูเขามีเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ พาดยาวไปถึงประเทศข้างเคียง ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่อยู่บนภูเขา ทําให้อากาศค่อนข้างเย็นสบายทั้งปี ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวฤดูไหน ก็ไม่ต้องทนร้อนเหมือนเมืองไทย

switzerland

หากพูดถึงประวัติศาสตร์ของสวิส ต้องย้อนไปราว 58 ปีก่อน คริสตกาล ชนเผ่าโรมันเข้าโจมตี และยึดดินแดนของชนเผ่า Helveti (ชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยบนพื้นที่ประเทศสวิสในปัจจุบัน) ผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน วางโครงสร้างระบบผังเมือง ก่อสร้างถนน หนทางเป็นครั้งแรกของสวิส เมื่ออาณาจักรโรมันเริ่มเสื่อมลง สวิสก็ยังถูกรุกรานจากราชวงศ์ฮับส์บูร์กแห่งออสเตรีย มณฑล 3 มณฑลในเขต เทือกเขาแอลป์ คือ Uri, SchwyZ และ Unterwalden ทนต่อการรุกรานไม่ไหว จึงรวมตัวกันเป็นสมาพันธรัฐสวิส การรวมกลุ่มกันนี้ ไม่ได้ต้องการแบ่งแยกประเทศ แต่ต้องการรวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านอํานาจของราชวงศ์ฮับส์บูร์กเท่านั้น ซึ่งทั้งสามมณฑลได้ทําสนธิสัญญาร่วมกันเมื่อปี ค.ศ.1291 แต่กระนั้น ก็ยังมีเหตุให้ทําสงครามกันกับราชวงศ์ฮับส์บูร์กเป็นประจํา เพราะราชวงศ์ฮับสบร์ก ไม่พอใจต่อการรวมกลุ่มของสมาพันธรัฐสวิสมากนัก จากเหตุการณ์ในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นทําให้สมาพันธรัฐสวิสยิ่งใหญ่ขึ้น มีมณฑลอื่นขอเข้าร่วมสมาพันธ์จากเดิม 3 มณฑล กลายเป็น 13 มณฑล ในปี ค.ศ.1513

switzerland

ในปี ค.ศ.1798 ยุคที่ราชวงศ์ฝรั่งเศสเริ่มเข้ามามีบทบาทประวัติศาสตร์ยุโรป กองทัพของนโปเลียน ก็เข้าครอบครองสวิตเซอร์แลนด์ และสถาปนาเป็นสาธารณรัฐ เฮลเวติ (Helvati) ทําให้ดินแดนของสวิสถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส

ช่วงศตวรรษที่ 18 ทวีปยุโรปเกิดสงครามอย่างหนักหลายประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางระหว่างสงครามของประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน และออสเตรีย จึงถือโอกาสนี้ประกาศแบ่งเขตแดนให้เป็นประเทศที่ปลอดการสู้รบ และยังเป็นวิธีลดแรงเสียดทานความรุนแรงไม่ให้สวิสเสียหายจากภัยสงคราม ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นกลางของสวิส ทําให้สวิสถูกเลือกเป็นสถานที่ตั้งองค์กรนานาชาติมากมาย เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) ณ นครเจนีวา, คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC), องค์การอนามัยโลก (WHO) ฯลฯ

แม้ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง องค์การสหประชาชาติ สํานักงานภาคพื้นยุโรปจะใช้พื้นที่ของสวิสเป็นที่ตั้ง แต่ประเทศสวิสกลับไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่แรก เพราะยังยึดมั่นในหลักการความเป็นกลาง ทว่าเพิ่งตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิก องค์การสหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ. 2002 ที่ผ่านมานี่เอง

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1848 ที่ผ่านมา ประเทศสวิต เริ่มใช้การปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา แต่มีการรวมตัวของรัฐต่างๆ ภายใต้รัฐบาลกลาง ซึ่งเรียกว่า สมาพันธรัฐ” ปัจจุบันสมาพันธรัฐสวิสประกอบด้วย 26 รัฐ แต่ละรัฐมีคณะกรรมการปกครองเป็นของตนเอง และจะเลือกผู้แทนมาเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี 7 คน โดยรัฐมนตรีเหล่านี้ จะสลับกันขึ้นดํารงตําแหน่งประธานาธิบดีของประเทศคราวละ 1 ปี เราจึงไม่คุ้นหูรู้จักกับประธานาธิบดีสวิสเซอร์แลนด์กันมากนัก

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 41 285 ตารางกิโลเมตร ประชากร 8.2 ล้านคน (กรุงเทพฯ มีประชากรที่บันทึกในทะเบียนบ้าน 5.7 ล้านคน ถือว่าประชากรทั้งประเทศสวิสมีน้อยมาก) แต่กลับเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจลําดับต้นๆของโลก มีสินค้าส่งออกเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น นาฬิกา อัญมณี เครื่องแต่งกาย ยี่ห้อนาฬิกาชื่อดังของโลก ก็เป็นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็น Patek Philippe, Rolex, Omega

ด้วยอาณาบริเวณของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รายล้อมด้วยประเทศมหาอํานาจต่างๆ สวิสจึงไม่มีภาษาเป็นของตนเอง ดังนั้นหากอยู่เมืองไหนใกล้ประเทศใด ก็เอาภาษาของประเทศข้างเคียงมาใช้ ดังนั้นเราอาจเห็นป้ายบอกทางตามสถานที่ต่างๆ มีทั้งภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี แต่โดยทั่วไป สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้

นอกจากจะวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ยังสามารถโดยสารรถไฟเดินทางต่อไปยังประเทศข้างเคียงได้อย่างสบาย เพราะสวิสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสนธิสัญญาเชงเก้น ขอวีซ่าครั้งเดียว สามารถเดินทางไปได้ 26 ประเทศ

ถ้าต้องการซึมซับบรรยากาศความสวยงามของทุ่งหญ้า และขุนเขา แนะนําให้เลือกไปแค่สวิสประเทศเดียวก็เพียงพอแล้ว

การขอวีซ่าเข้าสวิตเซอร์แลนด์

การเดินทางเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย จําเป็นต้องขอ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ซึ่งเป็นวีซ่าที่ใช้สําหรับเดินทางเข้า 26 ประเทศ ได้แก่ 22 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และอีก 4 ประเทศที่มีนโยบายร่วมกัน คือ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ลัตเวีย ลิธัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวัก สโลวีเนีย สเปน สวีเดน นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์บุคคลที่ได้รับวีซ่าเชงเก้น สามารถเดินทางได้เสรีในกลุ่ม 26 ประเทศ ดังกล่าว เสมือนเป็นประเทศเดียวกัน

วีซ่าเชงเก้น มีให้เลือกหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละท่าน เช่น วีซ่าท่องเที่ยว, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทํางาน ฯลฯ แต่จะขอกล่าวถึงเฉพาะวิธีการขอวีซ่าท่องเที่ยว ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆ สอบถามรายละเอียดได้จาก สถานทูตหรือศูนย์ยื่นวีซ่าของแต่ละประเทศ (ศูนย์ยื่นวีซ่า TLS Contact ตัวแทน สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ www.tscontact.com/th2ch โทร 02-6963899)

หากเดินทางไปเฉพาะประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สามารถยื่นคําร้องขอวีซ่าได้ที่ ศูนย์ TLS Contact ซึ่งเป็นตัวแทนรับคําร้องแทนสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ กรณีที่ต้องการเดินทางไปหลายประเทศในกลุ่มเชงเก้น ให้ขอวีซ่าผ่านประเทศที่เราจะอยู่นานที่สุด เช่น ไปสวิส 3 วันฝรั่งเศส 5 วัน กรณีนี้ให้ยื่นขอวีซ่าผ่านประเทศฝรั่งเศส หรือถ้าเดินทางไปหลายประเทศด้วยจํานวนวันเท่ากัน ให้ยื่นผ่านประเทศแรกที่เดินทางเข้ากลุ่มเชงเก้น ทั้งนี้เงื่อนไข และเอกสารที่ใช้ในการยื่นคําร้องของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ซึ่งจะขอยกตัวอย่าง เฉพาะการขอวีซ่าท่องเที่ยวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น

1. เข้าเว็บไซต์ https://ch.tiscontact.com/th/bkk แล้วลงทะเบียน จากนั้นกดยืนยันการลงทะเบียนที่ได้รับในอีเมล์ และล็อกอิน (Login) เริ่มต้นกรอกข้อมูล เพื่อใช้ยื่นขอวีซ่า เกี่ยวกับรายละเอียดการเดินทางเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อยืนยันข้อมูลที่กรอกเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้เลือกนัดหมายวันยื่นเอกสารที่รับคําร้อง TLS (นัดล่วงหน้าได้ 90 วัน) หากยืนยันข้อมูลที่กรอกแล้ว จะสามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ สามารถใช้วิธีสมัครใหม่ หรือพิมพ์ใบครบ ขอวีซ่ามากรอกเองด้วยลายมือ

2.เมื่อถึงวันนัดหมาย ควรเตรียมเอกสารทั้งฉบับจริง และสําเนาไปให้ครบ ไปถึงศูนย์รับคําร้องก่อนเวลานัดประมาณ 10 นาที หากไปถึงก่อนหน้านั้นก็ยังไม่สามารถเข้าได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เข้าเฉพาะผู้ที่มีเวลานัดหมายในเวลานั้น เข้าสู่ห้องยื่นเอกสารด้านใน ในขั้นตอนนี้ จะทําการบันทึกลายนิ้วมือ และชําระเงิน หลังจากยื่นเอกสารเสร็จ ใช้เวลารวมเกือบ 1 ชั่วโมง กรณีท่านที่เคยขอวีซ่าเชงเก้น และทําการบันทึกลายนิ้วมือมาแล้ว ไม่จําเป็นต้องบันทึกซ้ำ โดยสังเกตจากวีซ่าเชงเก้นเดิมที่เคยได้รับ ถ้าระบุว่า VIS ก็ไม่ต้องสแกนอีก

3. ศูนย์รับคําร้องฯ จะส่งเอกสารไปยังสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจําประเทศไทย เพื่อพิจารณาออกวีซ่า โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 6-10 วันทําการ ท่าสามารถตรวจสอบสถานะใบคําร้องขอวีซ่าได้จากเว็บไซต์ของ TLS และอีเมล์ 

เมื่อได้รับแจ้งให้ไปรับหนังสือเดินทางคืน ให้นําใบนัดที่ได้รับในวันยื่นเอกสาร ไปรับหนังสือเดินทางที่ศูนย์รับคําร้องฯ ทั้งนี้ระยะเวลาพิจารณาอาจน้อยกว่าหรือ มากกว่า 6-10 วัน ดังนั้นควรเผื่อเวลายื่นเอกสารก่อนการเดินทางล่วงหน้าได้นานที่สุด 90 วันก่อนวันเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางช่วงเดือน ก.พ.-พ.ค.

สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์มีหน้าที่เป็นผู้พิจารณาคําร้องขอวีซ่า ศูนย์รับคําร้อง TLS เป็นเพียงตัวกลางเท่านั้น โดยทั่วไปวีซ่าท่องเที่ยวที่ยื่นผ่านประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวจะได้รับประเภท Single คือ เข้าออกนอกกลุ่มประเทศเขตเชงเก้นได้ครั้งเดียว ส่วนนักท่องเที่ยวที่ได้รับวีซ่าประเภท Multiple จะสามารถเข้าออกนอกกลุ่มประเทศ เชงเก้นได้หลายครั้ง เช่น เข้าเชงเก้นที่ประเทศสวิส ออกไปเที่ยวประเทศอังกฤษ (ซึ่งอยู่นอกเชงเก้น) แล้วกลับมาประเทศสวิสใหม่ หรือแม้แต่จะกลับไทย แล้วไปใหม่ก็ได้ กรณีนี้เป็นวีซ่าแบบ Multiple แต่ถ้าเข้าประเทศสวิส แล้วออกไปอิตาลี จากนั้นเข้า สวิสใหม่ในทริปเดียวกัน แบบนี้ถือเป็นการเข้าประเทศเชงเก้นเพียงครั้งเดียว เพราะทั้ง สวิส และอิตาลี ต่างเป็นประเทศสมาชิกเชงเก้นทั้งคู่

กรณีได้รับวีซ่าแบบ Multiple อย่าลืมตรวจสอบจํานวนวันที่อนุญาตให้พํานัก และเงื่อนไขของวีซ่า เพราะบางครั้งยื่นเรื่องขอไปท่องเที่ยว 10 วัน อาจได้รับวีซ่าให้อยู่ เพิ่มได้เป็น 12 วัน หรือท่านที่เคยเดินทางไปมาก่อนแล้ว มีโอกาสได้รับพิจารณาให้ อาศัยได้นานกว่านั้น ทั้งนี้ 12 วันไม่ได้หมายความว่า อยู่ได้ทริปละ 12 วัน แต่หมายถึง ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในเชงเก้นทุกทริปมารวมกัน ต้องไม่เกิน 12 วัน เพราะฉะนั้นอย่าลืม ตรวจสอบเงื่อนไขวีซ่าของตนเองให้ดีก่อนออกเดินทางด้วย

เอกสารที่ใช้ยื่นประกอบการพิจารณาขอวีซ่าท่องเที่ยว

1) หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และ มีหน้าว่างสําหรับการติดวีซ่า พร้อมสําเนาหน้าที่มีตราประทับเข้าประเทศต่างๆ

2) หนังสือเดินทางเล่มเก่า พร้อมสําเนาที่มีตราประทับเข้าประเทศต่างๆ

3) ใบคําร้องขอวีซ่า และใบนัดเวลาที่พิมพ์หลังจากการกรอกในระบบออนไลน์

4) รูปถ่ายขนาด 3.5 x 4.5 เซนติเมตร 2 ใบ ควรเป็นพื้นหลังสีขาว และเป็นภาพถ่ายไม่เกิน 6 เดือน (ส่วนใหญ่ร้านถ่ายรูป จะมีข้อมูลขนาดอัตราส่วนของการถ่ายรูป วีซ่าอยู่แล้ว) หากถ่ายผิด ที่ศูนย์รับคําร้องมีตู้สําหรับถ่ายภาพ แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก

5) เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ โดยไม่ต้องชําระเงินก่อน

6) เอกสารการจองที่พัก ระบุชื่อผู้เดินทางทุกคนลงในเอกสารการจองของโรงแรม

7) ประกันการเดินทางครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่เดินทางท่องเที่ยว โดยต้องมีวงเงินมากกว่า 30,000 ยูโร หรือ 1,500,000 บาท และเป็นบริษัทประกันที่ได้รับการรับรองจากสถานทูต สามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทได้จากเว็บไซต์ศูนย์รับคําร้อง TLS

8) เอกสารรับรองการทํางาน (ฉบับจริง และฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ)

– พนักงานรัฐ, เอกชน, รัฐวิสาหกิจ : หนังสือรับรองการทํางานจากนายจ้าง ที่ระบุ ชื่อ ตําแหน่งผู้ขอวีซ่า เงินเดือน วันที่ลาหยุด ชื่อบุคคลที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยในเอกสารต้องระบุที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์นายจ้าง ตราประทับบริษัท ลายเซ็น ระบุชื่อ ตําแหน่งของผู้ออกหนังสือรับรอง

– ธุรกิจส่วนตัว : ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ, ทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรอง บริษัท ที่มีชื่อผู้ยื่นขอวีซ่า และวัตถุประสงค์ของบริษัท

– อาชีพอิสระ, ฟรีแลนซ์ : เขียนเอกสารแนะนําลักษณะงาน ระยะเวลาที่ทํางาน กลุ่มลูกค้า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่ได้รับ หรือข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ต้องการแจ้ง

– เกษียณอายุ : หนังสือยืนยันการเกษียณอายุสามารถเขียนได้เอง โดยระบุวันที่ เกษียณ ชื่อและที่อยู่นายจ้าง ระยะเวลาการจ้าง และเงินเดือนล่าสุด

– นักเรียน, นักศึกษา : จดหมายรับรองจากสถาบันการศึกษา – ผู้เยาว์ : สูติบัตร (ฉบับจริง-สําเนา), ใบอนุญาตจากผู้ปกครองให้เดินทาง

9) เอกสารทางการเงิน ยืนรายการเดินบัญชีออมทรัพย์ (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีของผู้ยื่นขอวีซ่า (ขอเอกสารได้ที่ธนาคาร)

10) กรณีเป็นพนักงานให้ยืนสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมสําเนาเพิ่ม, เจ้าของธุรกิจ ยื่นรายการเดินบัญชีของบริษัทย้อนหลัง 6 เดือน, นักเรียน-นักศึกษา ยืน หลักฐานการเงินของพ่อแม่ที่เป็นผู้สนับสนุนการเงิน พร้อมให้ธนาคารออกหนังสือรับรองว่า บัญชีของพ่อแม่เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ลูก ชื่ออะไร

ให้เตรียมเอกสารทุกอย่างทั้งตัวจริง และสําเนาโดยสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติม

– เมื่อจากเอกสารข้างต้นได้ เช่น ท่านที่เป็น Full Time Trader หรือนักลงทุนหุ้นไม่นำเงินมาฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์มากเท่าที่ควร อาจยื่นเอกสารสรุปการถือครองหลักทรัพย์ เอกสารการถือครองกองทุน หรือหนังสือรับรองจากบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาก็ได้ ทั้งนี้บางครั้งเจ้าหน้าที่รับคําร้องจะไม่รับเอกสารเหล่านี้ เพราะอยู่นอกเหนือรายการที่กําหนด แต่เราสามารถขอร้องให้แนบไปพิจารณาเพิ่มเติมได้ ส่วนเจ้าหน้าที่สถานทูต จะนํามาพิจารณาประกอบด้วยหรือไม่ก็ไม่เป็นไร

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet