เรื่องควรรู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวปารีส

ที่พัก

เสร็จสิ้นการวางแผนเที่ยวบินแล้วสิ่งสําคัญที่เราจะลืมไม่ได้เลยก็คือการ จองที่พัก เพราะจะต้องใช้เป็นหนึ่งในหลักฐานการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศ

ข้อแนะนําสําหรับการเลือกที่พัก

– ลองหาแผนที่กรุงปารีสมาศึกษาดูก่อนว่าอะไร อยู่ที่ไหน กรุงปารีสมีพื้นที่หรือการแบ่งโซนอย่างไรบ้าง หรือย่านไหนที่ป๊อปปูล่า พอได้แผนที่มา เราจะเห็นว่ากรุงปารีสนั้นแบ่งออกเป็น 20 เขตด้วยกัน การเรียงเขตของเขาจะวนออกมาจากจุดศูนย์กลางเป็นรูปก้นหอย และในแผนที่ที่เรามักจะหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือต่างประเทศ หรือตามคู่มือท่องเที่ยวก็มักจะทําไฮไลต์จุดท่องเที่ยวเด่นๆไว้แล้ว ทําให้เรารู้ว่าสถานที่ที่เราอยากไปเที่ยวจะอยู่บริเวณใด

– แวะเข้าไปในเว็บไซต์จองที่พักในปารีส อย่าง www.hotelsparis.com, www.visit-paris.com, www.parishotelspromotion.com, www.parishotelsdirect.com, www.book-a-hotel-in-paris.com  ซึ่งจะมีรายชื่อโรงแรมราคาย่อมเยาให้เลือกมากมาย สามารถจองและทํา รายการยืนยันห้องว่าง หรือให้ส่งแบบยืนยันการจองมาทางอีเมล ก็ได้ ส่วนเว็บ www.accorhotels.com จะเป็นเว็บของกลุ่มโรงแรมในเครือแอ็คคอร์

ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมสัญชาติฝรั่งเศสที่มีเครือข่ายและ ระดับของโรงแรมมากมายทั่วยุโรป โดยเฉพาะในปารีสก็มีอยู่ไม่น้อย ซึ่งเราจะวางใจได้ในเรื่องมาตรฐานการบริการ

ขั้นตอนในการเลือกโรงแรม ก็อยู่ที่ว่าเราอยากจะอยู่โซนไหนของปารีส เนื่องจากแต่ละโซนจะมีบรรยากาศต่างกัน หรืออยากจะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แต่ขอแนะนําว่าชาวไทยอย่างเราๆ ควรเลือกที่พักที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือย่านที่เป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากจะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของชํา มินิมาร์ต และแน่นอนจะ มีรถไฟใต้ดินหลายสายตัด ผ่านรวมทั้งแท็กซี่ก็รู้จักเป็นอย่างดี ในกรณีที่หมดแรง จากการเดินเราสามารถหาพาหนะกลับบ้านได้ง่ายและ รวดเร็วกว่าเวลาที่เข้าไปดูเว็บไซต์ การจองโรงแรมจะเห็นว่า เขามักให้เราจิ้มไปที่แผนที่แบ่งเขตของเมืองว่าจะจองโรงแรมย่านไหน จากนั้นลองกลับมาเทียบดูกับในแผนที่ในมือเรา ว่าได้เล็ง จุดหมายไว้ตรงไหนบ้างแล้วค่อย กดเลือกพื้นที่ของการเลือกโรงแรม ขอแนะนําว่าควรจะเลือกเขต 1, 2, 3, 4, 5, 6, และ 7 ก่อนเขตอื่นๆ เพราะเป็นย่านนักท่องเที่ยวจริงๆ และมักจะไม่ค่อยเกิดอันตรายจากการฉกชิงวิ่งราว หรือการประทุษร้ายในทรัพย์สินแบบอุกอาจมากนัก โดยเฉพาะเขต 7 จะเป็นพื้นที่ที่สงบ และน่าอยู่ เพราะย่านนี้เป็นถิ่นพํานักของคนมีฐานะ เราจะพบอพาร์ตเมนต์สวยๆมากมาย ส่วนเขต 9, 12, และ 14 เป็นเขตที่แนะนํารองลงมา ส่วนเขตที่ค่อนไปทางเหนือนั้น ถ้ารู้สึกว่าตัวเองออกอาการเป็น กะเหรี่ยงในต่างแดนบ่อยๆ ประมาณอารมณ์เบลอๆ หลงทิศ หรือช่างสังเกตน้อยมากไม่ขอแนะนําให้ไป เพราะแถบนี้จะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของชาวอาหรับ และผู้มีรายได้น้อยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจมีปัญหาความไม่ปลอดภัย

เมื่อเลือกเขตที่อยากจะไปพักแล้วก็ควรดูราคาห้องและขนาดของโรงแรมด้วยว่าเล็กใหญ่ มีห้องมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่เอาราคาประหยัด ประมาณ 2-3 ดาวไว้ก่อน เพราะห้องราคาประหยัดนั้นมักจะไม่มีลิฟต์โดยสาร หรืออาหารเช้า หรือตู้เย็นเล็กๆ สําหรับเก็บเสบียงในห้อง เพราะต้องไม่ลืมว่าคนไทยอย่างเราๆมักเป็นคนช่างขน ช่างซื้อ ช่างกิน หากต้องอยู่ห้องชั้น 3 แล้วต้องแบกกระเป๋าเองคงลําบากน่าดู (โรงแรม เล็กมักมีพนักงานคนเดียวต้อนรับแขกที่มาพักต้องช่วยเหลือตัวเอง) จากนั้นก็ทําการจองออนไลน์ได้ แล้วนําใบจองนั้นไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ในการยื่นขอวีซ่า (เวลาไปถึงปารีสแล้วก็อย่าลืมพกที่อยู่ของโรงแรม ติดตัวไว้ เพื่อยื่นให้แท็กซี่จากสนามบินพาเราไปส่งได้อย่างถูกต้อง)

– ข้อนี้สําหรับมือใหม่หัดเที่ยวและต้องการความแน่นอนทั้งคุณภาพและราคา ก็คือเราสามารถยกแผนที่ปารีสเดินไปที่บริษัทัวร์ หรือตัวแทนท่องเที่ยวที่เรารู้จักให้เขาจัดการเลือกที่พัก รวมทั้งจองตั๋วโดยสารให้ด้วย และถ้ามีความสนิทสนมมากพอก็อาจปรึกษาเรื่อง การยื่นขอวีซ่าได้พร้อมกันก็ได้

แลกเงินยูโร

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็มาถึงเรื่องเงินๆทองๆ ที่หลายคนอาจกังวลใจ ว่าควรพกเงินไปเท่าไหร่ เราต้องลองคํานวณการใช้จ่ายคร่าวๆไว้ล่วงหน้า เช่น มื้อเช้าน่าจะใช้ราว 10-15 ยูโร ก็คือพวกแซนด์วิชธรรมดา รวมกาแฟหนึ่งแก้ว อาหารกลางวันราว 20-25 ยูโร (แบบร้านอาหาร ตัก หรือฟาสต์ฟูด) มื้อเย็นราวๆ 30-50 ยูโร (ร้านหรูหน่อยตามแบบ ชาวปารีส) ก็เท่ากับว่า 1 วันต้องมีอย่างน้อย 60-80 ยูโร แต่ถ้าเรา ประหยัดจริงๆ ไม่ต้องหรูมาก 60 ยูโรต่อวันก็อาจจะพอ จากนั้นก็บวกค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน หรือค่าชอปปิงเข้าไป เราก็พอจะได้ตัวเลขที่ควรจะเตรียมเงินไป

ถ้าเราเป็นคนที่พกบัตรเครดิตอยู่แล้วก็ต้องเผื่อไว้ด้วยว่าค่าใช้จ่าย ประเภทใดจะจ่ายด้วยบัตร จะได้ไม่ต้องแลกเงินสดมากเกินไป ขอแนะนําว่าอย่าพกเงินสดทั้งหมดไว้ในกระเป๋าเดียวกัน ควรแบ่งเป็นส่วนๆ นํามาพกติดตัวทีละไม่มากเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าจับตามองของเหล่ามิจฉาชีพ และควรแลกเงินเป็นธนบัตรย่อยไว้ก่อน เช่น ใบละ 100, 50, 20, 10 ส่วนใบละ 500 อาจจะพกได้ แต่ใบละ 1,000 พยายามอย่ามีไว้ เพราะคนที่นั่นถือว่าถ้ามีแบงก์พันแสดงว่ามีเงินมาก

แหล่งที่ควรไปแลกเงิน ก็ตามธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งจะได้ราคาตามท้องตลาด ไม่มีธนบัตรปลอม แต่หากอยากได้ราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าท้องตลาดเล็กน้อย ก็ลองถามแหล่งเฉพาะหรือพวกรับแลกใต้ดิน จากบริษัททัวร์ที่เราคุ้นเคยจะดีกว่า อย่างน้อยเราก็จะไม่ได้ธนบัตรปลอมติดมาแน่

ที่ตั้ง ประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ ทวีปยุโรป แวดล้อมด้วยเพื่อนบ้านหกประเทศ คือ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และสเปน มีพื้นที่ 550,000 ตารางกิโลเมตร นับเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาประเทศ ในย่านยุโรปตะวันตก (ประมาณเกือบหนึ่งในห้าของพื้นที่ของสหภาพยุโรป) อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง (เขตเศรษฐกิจจําเพาะ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 11 ล้านตารางกิโลเมตร) และมีขนาดใหญ่ปานกลางเมื่อเทียบกับพื้นที่ประเทศอื่นๆทั่วโลก ภูมิประเทศ พื้นที่ประมาณสองในสามของประเทศฝรั่งเศสเป็นที่ราบ เทือกเขาสําคัญ ได้แก่ เทือกเขาแอลป์ซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป คือ ยอดเขา มงต์บลองก์ (Mont Blanc) สูง 4,807 เมตร เทือกเขาปิเรเนส์ เทือกเขาจูรา เทือกเขาอาร์แดนส์ เทือกเขามาสซิฟ ซองทราล และเทือกเขาโวจซ์ ฝรั่งเศส มีชายฝั่งทะเลอยู่ถึงสี่ด้าน คิดเป็นความยาวรวมทั้งสิ้น 5,500 กิโลเมตร (ทะเลเหนือ ช่องแคบอังกฤษ มหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)

การปกครอง สาธารณรัฐฝรั่งเศสประกอบด้วย

– ส่วนที่อยู่บนภาคพื้นทวีป (แบ่งเป็น 22 มณฑลและ 96 จังหวัด)
– จังหวัดโพ้นทะเล (DOM) สี่จังหวัด ได้แก่ กวาเดอลูป (Guadeloupe) มาร์ตินีก (Martinique) เฟรนช์เกียนา (French Guiana) และเรอูนียง (Reunion)
– ดินแดนโพ้นทะเล (TOM) ห้าแห่ง ได้แก่ เฟรนช์โปลินีเซีย (French Polynesia) วาลลิสและฟุตูนา (Wallis and Futuna) มายอต (Mayotte) แซงปีแยร์และมีเกอลง (Saint Pierre and Miquelon) เฟรนช์เซาเทิร์นและ แอนตาร์กติกเทร์ริทอรีส์ (French Southern and Antarctic Territories)
– ดินแดนที่มีสถานภาพพิเศษอีกหนึ่งแห่งคือ นิวแคลิโดเนีย: นูแวลกาเลโดนี (New Caledonia; Nouvel Caledonie)

(ค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.Ouire-mer.gouv.fr)

เวลา เวลาเดินช้ากว่ากรุงเทพฯ ราว 6 ชั่วโมง แต่ในช่วงฤดูร้อนเวลาจะช้ากว่า กรุงเทพฯ เพียง 5 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นช่วง Daylight Saving” ซึ่งมีกลางวันยาวกว่ากลางคืน (จะเห็นได้อย่างชัดเจนมากเพราะช่วงหน้าร้อนนี้แม้จะเป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว แสงสว่างยังทําให้ยังรู้สึกเหมือนเวลา 6 โมงเย็นอยู่) เมืองหลวง คือกรุงปารีสซึ่งอยู่บนที่ราบทางตอนเหนือของประเทศ ความงดงามของปารีสที่ใครต่อใครหลงรักล้วนเกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ นับแต่สมัยโบราณมาแล้วที่ปราสาทใหญ่ๆมักถูกสร้างขึ้นตรงบริเวณนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในหลายๆทาง เช่น มีแม่น้ำ Seine ไหลผ่าน ทำให้สะดวกต่อการคมนาคมขนส่งรวมทั้งเป็นแหล่งน้ำที่ไหลเวียนตลอดปี จึงมีปลาอยู่มากมายในแง่ยุทธศาสตร์ก้เป็นพื้นที่ราบที่ไม่มียอดเขารายล้อมจึงสามารถป้องกันเมืองได้ง่าย

กรุงปารีสได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงของประเทศเมื่อปี ค.ศ. 987 เนื่องจากขนาดนั้นเจ้าเมืองปารีส ท่านเคานต์ Hugh copet ได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์ของฝรั่งเศส

สนับสนุนโดย Ufabet