ความรู้ทั่วไปที่่จำเป็นเมื่อสนใจไปเที่ยว ‘ประเทศออสเตรเลีย’

ภูมิประเทศฤและภูมิอากาศ 

ออสเตรเลียเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ มีพื้นที่ประมาณ 7.7 ล้านตารางกิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งทวีป ซึ่งเป็นทวีปที่เล็กที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นลําดับที่ 6 ของโลก ออสเตรเลียประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ ออสเตรเลีย กับแทสเมเนีย ลักษณะภูมิประเทศของออสเตรเลียแตกต่างกันมาก มีทั้งป่าฝนร้อนชื้น เทือกเขาและภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาในฤดูหนาว ทะเลทรายที่ร้อนแห้งแล้งชายฝั่งทะเลที่ยาวที่สุดในโลก และพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์

ภูมิอากาศ

ออสเตรเลียเป็นทวีปที่แห้งแล้งที่สุดในโลก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของ ประเทศเป็นทะเลทราย เนื่องจากขนาดของประเทศมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ลักษณะอากาศของออสเตรเลียจึงแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ คือภูมิอากาศที่มีทั้งร้อนชื้น หนาวเย็น ร้อนแบบแห้งแล้ง และอากาศที่พอเหมาะ กําลังสบาย ๆ

ฤดูกาลของออสเตรเลียจะสลับกันกับยุโรป เพราะตั้งอยู่ทางซีกโลกใต้ ช่วงที่ร้อนที่สุดคือธันวาคม-กุมภาพันธ์

-ช่วงเวลาที่ควรไปเยือน-

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวออสเตรเลียได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูร้อนคือในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์นั้น อากาศในออสเตรเลียตะวันตก แถบนอร์เทิร์นเทอริทอรี และควีนสแลนด์จะร้อนมาก ในฤดูใบไม้ร่วงหลายแห่งจะมีฝนตกหนักจนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงคือ วันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ต่อเนื่องไปจนถึงปีใหม่ เพราะช่วงนั้นที่พักหายาก นอกจากจะจองไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานานหรือมีที่พักตามบ้านญาติระหว่างโรงเรียนปิดเทอม (เดือนมกราคมกุมภาพันธ์) ก็เป็นช่วงเวลาที่คนออสเตรเลียไปท่องเที่ยวพักผ่อนกันมาก ตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ที่พัก โรงแรม อาหารการกิน และยานพาหนะ ต่าง ๆ เช่น รถเช่า ตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ หายากและไม่สะดวก

ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เป็นเวลาที่อากาศดีที่สุด ดอกไม้บานสะพรั่งทุกแห่ง

ฤดูร้อน อากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง บางแห่งอาจมีไฟป่าซึ่งเป็น ภัยธรรมชาติร้ายแรงเกิดขึ้น

ฤดูใบไม้ร่วง ตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในภูเขาที่เป็น เขตป่าฝนจะมีฝนตกชุก

ฤดูหนาว ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม บนภูเขาสูงมีหิมะตกถึง ขั้นเล่นสกีได้

อย่างไรก็ดี ออสเตรเลียจะมีฟ้าใสและแดดแรงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะตามเมืองชายทะเลและเมืองในแถบทะเลทราย จึงควรป้องกันการถูกแดดเผาด้วยการใส่หมวกปีกกว้าง และทาครีมกันแดดเสมอ

ฤดูกาลของผลไม้

ออสเตรเลียผลิตผลไม้ส่งออกเป็นจํานวนมาก ผลไม้เมืองนอกที่เรารับประทานกันในเมืองไทยส่วนใหญ่ก็มาจากออสเตรเลีย ดังนั้นเมื่อไปเยือนถึงถิ่น เราก็ควรจะหาผลไม้รับประทานให้ตรงฤดูกาล

องุ่น  = กุมภาพันธ์-เมษายน
พีช =  กุมภาพันธ์-มีนาคม
แอปเปิล = กุมภาพันธ์-พฤษภาคม
เชอร์รี่ = พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
ส้ม =  ธันวาคม-เมษายน
สตรอเบอร์รี่  = ตุลาคม-เมษายน
เชอร์รี่ = พฤษภาคม-ตุลาคม

การแบ่งเขตการปกครอง การปกครอง 2 เขต ได้แก่

ออสเตรเลียแบ่งการปกครองประเทศออกเป็นรัฐ 6 รัฐ และเขต

รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองหลวงคือ ซิดนีย์
รัฐควีนสแลนด์ เมืองหลวงคือ บริสเบน
รัฐวิกตอเรีย 
เมืองหลวงคือ เมลเบิร์น
รัฐแทสเมเนีย 
เมืองหลวงคือ โฮบาร์ต
รัฐออสเตรเลียใต้ เมืองหลวงคือ อะเดเลด
รัฐออสเตรเลียตะวันตก เมืองหลวงคือ เพิร์ธ
เขตนอร์เทิร์นเทอริทอรี เมืองหลวงคือ ดาร์วิน
และเขตนครหลวงออสเตรเลีย ที่ตั้งกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวง ของประเทศ

ประเทศออสเตรเลียมีดินแดนในอาณัติที่อยู่นอกอาณาเขตประเทศอีก 7 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก คือ Christmas Island, Ashmore and Cartier Islands, Cocos (Keeling) Islands, Coral Sea Islands, Heard Island and McDonald Islands bla: Norfolk Island

เวลา และชั่วโมงธุรกิจ 

เนื่องด้วยออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เวลาในออสเตรเลียจึงถูกแบ่งให้แตกต่างกันไปถึง 3 ช่วงเวลา (Time Zone)

เวลาในฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time-EST) ในรัฐ นิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย รัฐแทสเมเนีย และรัฐควีนสแลนด์ เร็วกว่าเวลา ประเทศไทย 3 ชั่วโมง

เวลาในภาคกลาง (Central Standard Time-CST) ใช้ใน รัฐออสเตรเลียใต้ และนอร์เทิร์นเทอริทอรี เร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง ครึ่ง

เวลาในภาคตะวันตก (Western Standard Time-WST) ใน ออสเตรเลียตะวันตก เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ในช่วงฤดูร้อน (เดือนตุลาคม-มีนาคม) รัฐทางใต้ (รัฐออสเตรเลียใต้ รัฐวิกตอเรีย และรัฐแทสเมเนีย) จะปรับเวลาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง (Day-Light Saving Time)

ศิลปวัฒนธรรม และวรรณคดี ศิลปะ และวัฒนธรรม

ออสเตรเลียเป็นประเทศเกิดใหม่ ความร่ำรวยในด้านศิลปะและ วัฒนธรรม จึงเทียบไม่ได้กับประเทศในยุโรปและเอเชียที่มีรากฐานทาง วัฒนธรรมเก่าแก่โบราณตัวอย่างเช่น งานศิลปวัตถุที่ออสเตรเลียจัดว่าเป็นโบราณวัตถุคือ ศิลปวัตถุที่มีอายุ 50-100 ปีขึ้นไป ในขณะที่โบราณวัตถุ ของประเทศในซีกโลกอื่นล้วนมีอายุนับพันปีขึ้นไปทั้งสิ้น ดังนั้นการไปเที่ยวออสเตรเลียจึงไม่ควรมุ่งหวังที่จะได้พบกับผลงานศิลปะ หรือสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างที่มีอยู่ในบางประเทศ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าออสเตรเลีย จะไม่มีผลงานศิลปะหรือสถาปัตยกรรมงามๆให้ชมกันเลย สถาปัตยกรรมสมัยใหม่อย่างเช่น โอเปร่าเฮาส์ (Sydney Opera House) ที่ซิดนีย์นั้นก็เป็น ผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเลิศที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลกว่ายอดเยี่ยมที่สุด ผังเมืองแคนเบอร์ราที่ออกแบบสร้างได้อย่างวิเศษนั้นก็เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ออสเตรเลียสร้างไว้ให้คนรุ่นหลังได้ภูมิใจ

Sydney Opera House

เนื่องจากออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมแบบผสมงานศิลปวัฒนธรรมจึงไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเองเด่นชัด ดังนั้น ผลงานศิลปะของ ชาวอะบอริจินิสซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียมาก่อน ชนชาติอื่นจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะประจําชาติ จนกระทั่งเมื่อพูดถึง งานศิลปะของออสเตรเลียคนทั่วไปจะนึกถึงภาพเขียนสีของชาวอะบอริจินิสทันที

ในด้านวัฒนธรรม เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าพลเมืองยุคแรกของออสเตรเลียคือ นักโทษที่อังกฤษเอามาปล่อยเกาะ กองทหารที่ควบคุมนักโทษมานั้นก็ไม่ได้มีพื้นฐานทางจริยธรรมดีไปกว่าพวกนักโทษเท่าไรนัก ออสเตรเลียจึงเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคร่งครัดในเรื่องกิริยามารยาทเหมือนคนอังกฤษ นิสัยเป็นมิตรและเป็นกันเองกับคนแปลกหน้า ไม่มีพิธีรีตองมากนัก ชาวออสซี่จึงเป็นเสน่ห์ที่ทําให้ผู้มาเยือนติดใจออสเตรเลีย